Header Ads

ข่าว: เอสซีบีเอกซ์ ประกาศผลกำไรสุทธิประจำไตรมาส 1 ของปี 2569 จำนวน 10,195 ล้านบาท

เรียน บรรณาธิการ / หัวหน้าข่าว / ผู้สื่อข่าว

บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX ขอนำส่ง ข่าว: เอสซีบีเอกซ์ ประกาศผลกำไรสุทธิประจำไตรมาส 1 ของปี 2569 จำนวน 10,195 ล้านบาท มาเพื่อโปรดพิจารณา และขอขอบพระคุณในความอนุเคราะห์นำเสนอข่าวสารด้วยดีเสมอมา

 

ขอแสดงความนับถือ

ทีมประชาสัมพันธ์

________________________

 

 

ข่าวประชาสัมพันธ์

                     

เอสซีบีเอกซ์ ประกาศผลกำไรสุทธิประจำไตรมาส 1 ของปี 2569 จำนวน 10,195 ล้านบาท

 

กรุงเทพฯ, 21 เมษายน 2569 บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ของปี 2569 จำนวน 10,195 ล้านบาท ลดลง 18.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลงซึ่งเป็นผลจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและกำไรจากการลงทุนที่ลดลง ทั้งนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมปรับเพิ่มขึ้นในทุกหมวดหลัก ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการตั้งสำรองปรับลดลง

 

ในไตรมาส 1 ของปี 2569 รายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน 26,781 ล้านบาท ลดลง 13.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากการลดลงของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายรวม 4 ครั้งในปี 2568 และอีก 1 ครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่สินเชื่อมีการเติบโตที่ระดับ 3.4% จากสิ้นปีที่ผ่านมา จากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อเคหะ

 

รายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ มีจำนวน 11,962 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมในทุกหมวดหลัก ซึ่งนำโดยธุรกิจการบริหารความมั่งคั่ง รายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อและธุรกรรมทางการเงินที่เติบโตอย่างสม่ำเสมอ และรายได้ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่ได้รับแรงหนุนจากกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจวาณิชธนกิจและตลาดทุน 

 

รายได้จากการลงทุนและการค้ามีจำนวน 568 ล้านบาท ลดลง 66.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากการลดลงของกำไรจากพอร์ตการลงทุนของธนาคารและของบริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด

 

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน จำนวน 16,662 ล้านบาท ลดลง 2.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานอย่างเข้มงวด ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้สำหรับไตรมาสอยู่ที่ 42.4%

 

บริษัทฯ ตั้งสำรองลดลง 4.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อของธนาคารและของบริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด ที่ปรับตัวดีขึ้น โดยอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) คงอยู่ในระดับสูงที่ 162.3%

 

คุณภาพของสินเชื่อโดยรวมอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดี โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ 3.23% ลดลงจาก 3.29% ในไตรมาสก่อนหน้า เงินกองทุนตามกฎหมายของบริษัท อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 18.0%     

 

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

"ไตรมาสแรกของปี 2569 เป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันจากสภาพแวดล้อมมหภาคที่ผันผวน โดยความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกและไทย ทั้งในด้านราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น และแรงกดดันต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว ผลกระทบดังกล่าวส่งผ่านมายังต้นทุนของภาคครัวเรือนและธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ท่ามกลางสภาวะความไม่แน่นอนดังกล่าว เอสซีบีเอกซ์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดูแลลูกค้าและผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดในการประเมินผลกระทบ เสนอแนะแนวทางการปรับตัว และสนับสนุนการฟื้นตัวของแต่ละกิจการอย่างตรงจุด เพื่อให้กลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพสามารถฟื้นตัวได้ในระยะยาว ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังได้ดำเนินการทบทวนพอร์ตสินเชื่อของธนาคารไทยพาณิชย์และบริษัทในเครืออย่างรอบด้าน เพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้และความเพียงพอของการตั้งสำรอง โดยยังคงรักษาสมดุลระหว่างการบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัยและการเติบโตของสินเชื่อคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

ในด้านการดำเนินกลยุทธ์ระยะยาว ในไตรมาสที่ผ่านมา เอสซีบีเอกซ์ได้จัดตั้งธนาคารไร้สาขาภายใต้ชื่อ ธนาคาร แบงก์เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง KakaoBank และ WeBank Technology Services บริษัทเชื่อมั่นว่า ธนาคาร แบงก์เอกซ์จะเป็นกลไกสำคัญในการขยายการเข้าถึงบริการทางการเงิน ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าผ่านบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ สร้างคุณค่าใหม่ให้แก่ระบบการเงิน      ของประเทศ และขับเคลื่อนการสร้างคุณค่าระยะยาวอย่างยั่งยืนทั่วทั้งกลุ่มธุรกิจเอสซีบีเอกซ์"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

___________________________________

Press Release         

 

SCBX REPORTS FIRST-QUARTER 2026 NET PROFIT OF BAHT 10,195 MILLION

 

Bangkok, April 21, 2026 SCB X Public Company Limited (SCBX) reported a consolidated net profit of Baht 10,195 million for the first quarter of 2026, an 18.5% decrease year-on-year, driven by lower net interest income reflecting the impact of policy rate cuts and reduced investment gains. Fee income, however, improved across all major categories, while operating expenses and provisions both declined.

In Q1 2026, net interest income totalled THB 26,781 million, declining 13.7% year-on-year, as net interest margin (NIM) compressed following four policy rate cuts in 2025 and one cut in February 2026. Loan growth, however, remained positive at 3.4% year-to-date, supported by expansion in large corporate and mortgage lending.

Fee and other income totalled THB 11,962 million, increasing 17.7% year-on-year, with growth across all major fee categories. The increase was led by wealth management fees, steady growth in lending-related and transactional fees, and other fee income supported by higher activity in investment banking and capital markets.

Investment and trading income totalled THB 568 million, declining 66.5% year-on-year, reflecting lower gains from investment portfolio of SCB Bank and SCB 10X.

Operating expenses totalled THB 16,662 million, declining 2.3% year-on-year, driven by strict cost discipline, resulting in a cost-to-income ratio of 42.4% for the quarter.

Provisions declined 4.4% year-on-year, reflecting an improvement in the expected credit loss for both the Bank and CardX. The coverage ratio remained healthy at 162.3%.

Overall asset quality remained well-controlled, with the NPL ratio at 3.23%, improving from 3.29% in the prior quarter. The capital adequacy ratio remained strong at 18.0%.

Arthid Nanthawithaya, Chief Executive Officer of SCBX, commented:

"The first quarter of 2026 presented a challenging backdrop for the Thai economy, as prolonged conflict in the Middle East exerted significant pressure on both the global and domestic economic environment. The ripple effects — including elevated energy prices, higher import costs, and headwinds to the export and tourism sectors — inevitably transmitted through to household and business operating costs.

Against this backdrop of uncertainty, SCBX remained firmly committed to supporting our customers and business operators in maintaining business continuity. We engaged closely with clients to assess the impact, recommend adaptive strategies, and provide targeted assistance to help viable businesses recover over the long term. In parallel, we conducted a comprehensive review of the loan portfolios across SCB and its subsidiaries to assess debt serviceability and the adequacy of provisioning, while maintaining a disciplined balance between prudent risk management and the pursuit of quality loan growth.

On the strategic front, SCBX established BankX Bank Public Company Limited, a virtual bank, in partnership with global partners KakaoBank and WeBank Technology Services. We are confident that BankX will serve as a key enabler in expanding financial inclusion, elevating the customer experience through digital services, creating new value for Thailand's financial system, and driving sustainable long-term value creation across the SCBX group."

 

 

 

 

 

 

 

 

 

No comments

Powered by Blogger.